ความแตกต่างของเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ

ความแตกต่างของเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ

ความแตกต่างของเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ ส่วนใหญ่เราจะรู้ว่าเหล็กที่นิยมนำไปแปรรูป และใช้งานต่าง ๆ จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เหล็กรูปพรรณและเหล็กเส้น ซึ่งเหล็กทั้ง 2 ประเภทนี้จะถูกแยกย่อยออกมามีชนิดอื่นตามมาอีก โดยเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณมีความแตกต่างที่ผู้ใช้งานต้องรู้ เพื่อที่จะนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะพาไปดูว่าเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณนี้ จะแยกย่อยออกไปเป็นกี่ชนิดจะเป็นอย่างไรตามไปดูกันเลยค่ะ

เหล็กเส้น คืออะไร มีกี่ชนิด

เหล็กเส้น หรือที่บางคนเรียกว่าเหล็กเสริม ซึ่งเหล็กเส้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ เหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กเส้นกลม โดยเหล็กทั้ง 2 ชนิดจะมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน

ประเภทของเหล็กเส้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  1. เหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นเหล็กที่เกิดจากการหลอมเหล็กด้วยความร้อน และบีบอัดในขณะที่ยังร้อน ให้มีลักษณะเป็นแท่งเพื่อนำมาดึงขึ้นรูปให้เป็นเหล็กเส้นกลม จากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการทำลายรอบตัวเหล็กทั้งเส้นด้วยบล็อกสำหรับทำเหล็กเส้นข้ออ้อยโดยเฉพาะ
  2. เหล็กเส้นกลม เป็นเหล็กที่อยู่ในประเภทของเหล็กเส้น ลักษณะการใช้งานนั้นจะเน้นไปส่วนของงานคอนกรีตมากกว่างานเหล็ก ส่วนใหญ่มักใช้เป็น ปลอกเหล็กสำหรับงานเสา และงานคาน

เหล็กรูปพรรณ คืออะไร มีกี่ชนิด

เหล็กรูปพรรณ คือ เหล็กชนิดหนึ่งที่ผ่านกระบวนการผลิต และแปรรูปเป็นรูปทรงต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท และช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในด้านการใช้งาน

ประเภทของเหล็กรูปพรรณ สามารถแบ่งออกเป็น 7 ชนิด ได้แก่

  1. เหล็กแบน เป็นเหล็กที่เกิดจากการผลิตโดยการรีดร้อน หรือรีดเย็นหรือแบบตัดขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน เหล็กรูปพรรณขึ้นรูปให้ได้ความหนา และความยาวตามต้องการเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว เช่น งานเชื่อมทำเหล็กดัด งานฝาท่อ งานกลึง งานชิ้นส่วนเครื่องจักรต่าง ๆ
  2. เหล็กตัวซี คือเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น ส่วนใหญ่จะพบเห็นเหล็กตัวซีถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างโครงหลังคา เสาค้ำยัน และใช้เป็นโครงสร้างหลักของการก่อสร้าง เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง
  3. เหล็กรางน้ำ เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ใช้ในงานโครงสร้างเหล็กที่ต้องการกำลังรับน้ำหนักสูง บันได งานโครงสร้างบ้าน หลังคาโรงงานต่าง ๆ มีลักษณะเป็นรูปตัวยู โดยความหนาของสองข้างจะเท่ากัน มีมาตรฐาน มอก. หรือเทียบเท่ามาตรฐาน JIS SS400
  4. เหล็กกล่อง เป็นเหล็กรูปพรรณชนิดหนึ่งที่ผ่านกรรมวิธีการรีดร้อนทำเป็นรูปต่าง ๆ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่ต่างกัน ในการใช้งานหลัก ๆ ก็อย่างเช่น ใช้เป็นโครงสร้างอาคาร คานเหล็ก โครงหลังคาเหล็ก เป็นต้น ซึ่งเหล็กกล่องจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมและเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน
  5. เหล็กฉาก/เหล็กฉาก มอก. เป็นเหล็กที่มีด้านเท่ากัน 2 ด้าน โดยใช้ในงานตกแต่งส่วนใหญ่ เช่น ทำชั้นวางของต่าง ๆ หรือชั้นวางสินค้า แต่ในงานโครงสร้างก็นิยมนำไปใช้ทำโครงสร้างหลังคา โดยจะใช้เหล็กฉากขนาดใหญ่

บทความที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้รับเหมาที่กำลังมองหาโรงงานผลิตเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นชนิดต่าง ๆที่มีมาตรฐาน Metalsteelok  เป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นกลม เหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กกัลวาไนซ์ เหล็กกล่อง เหล็กกล่อง 1×1 เหล็กกล่อง 2×1 เหล็กกล่อง 4×2  เหล็กเกรดบี เหล็กเกรดซี เหล็กรูปพรรณ เหล็กมือสอง เหล็กราคาถูก และเหล็กตัวซี  ซึ่งเหล็กของเราเป็นเหล็กคุณภาพดี มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าคุ้มราคา โดยเราจำหน่ายเหล็กมายาวนานกว่า 30 ปี หากต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประการณ์ในการผลิตเหล็ก เราพร้อมให้คำแนะนำข้อมูลที่ถูกต้องแก่คุณ

สนใจสอบถามได้ที่

Tel: 0982288288098972829806296966960839149556

Line ID: @metalsteelok

Email:metalsteelok@gmail.com

สนใจเหล็กเส้น
ความแตกต่างของเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย

ความแตกต่างของเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย

ความแตกต่างของเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย

ความแตกต่างของเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย

ความแตกต่างของเหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย ในปัจจุบันนี้งานก่อสร้างแทบจะทุกประเภท จะต้องมีเหล็กเส้นในการก่อสร้าง โดยเหล็กเส้นเข้ามามีบทบาทในงานก่อสร้างหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น งานพื้น งานเสา งานคาน ซึ่งการเลือกใช้งานเหล็กเส้นแต่ละประเภท และขนาดก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งเหล็กทั้ง 2 ประเภทนี้จะแตกต่างกันอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ

เหล็กเส้น หรือที่หลาย ๆ คนอาจจะเรียกว่า เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งเหล็กเส้นที่ใช้ในงานคอนกรีตเสริมเหล็ก งานฐานรากทั่วไป จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ เหล็กเส้นกลม และเหล็กเส้นข้ออ้อย

เหล็กเส้นกลม (Round Bar/RB) มีลักษณะกลมผิวเรียบเกลี้ยง ใช้กับงานก่อสร้างขนาดเล็ก และขนาดกลาง สามารถรับแรงดึงที่จุดครากประมาณ 2400 ksc หรือชั้นคุณภาพ SR24 เหมาะสำหรับงานโครงสร้างบ้านพักที่อยู่อาศัยทั่วไป

เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bar/DB) จะมีลักษณะผิวมีบั้ง หรือปล้องอยู่ตลอดทั้งเส้น ทำให้ยึดเกาะกับปูนได้ดีกว่าเหล็กเส้นกลม ซึ่งส่วนใหญ่เหล็กเส้นข้ออ้อยจะนิยมใช้กับงานก่อสร้างขนาดกลางขึ้นไป เนื่องจากมีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากอยู่ที่ประมาณ 3000, 4000, 5000 ksc. หรือชั้นคุณภาพ SD30, SD40, SD50 ตามลำดับ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างอาคารสูง, คอนโดมิเนียม, ถนน, สะพาน หรือบ้านพักที่อยู่อาศัย ส่วนการเลือกชั้นคุณภาพจะขึ้นอยู่กับชนิดของโครงสร้างที่เราจะสร้างเป็นสำคัญ

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าเหล็กเส้นข้ออ้อยสามารถรับแรงได้มากกว่าเหล็กเส้นกลม ดังนั้น การนำไปใช้งานร่วมกันจะใช้เหล็กเส้นข้ออ้อยเป็นเหล็กยืน และเหล็กเส้นกลมใช้เป็นเหล็กปลอกเสา ซึ่งขนาดที่นิยมนำไปใช้งานจะมี ดังนี้

เหล็กเส้นกลมขนาดที่นิยมนำไปใช้งานจะมีหลายขนาดด้วยกัน อย่างเช่น RB6 (หมายถึง Round Bar ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม.) RB8, RB9, RB12, RB15, RB19, RB25

ส่วนเหล็กเส้นข้ออ้อยมีขนาดตั้งแต่ DB10 (หมายถึง Deformed Bar ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม.) DB12, DB16, DB20, DB25, DB28, และ DB32 เป็นต้น โดยปกติแล้วเหล็กเส้นกลม และเหล็กเส้นข้ออ้อยนั้น จะมีความยาวอยู่ที่ 10 เมตร และ 12 เมตร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้

สำหรับผู้รับเหมาที่กำลังมองหาโรงงานผลิตเหล็กชนิดต่าง ๆ อย่างเช่นเหล็กกล่อง เหล็กเกรดบี เหล็กเกรดซี เหล็กรูปพรรณ เหล็กมือสอง เหล็กราคาถูก เหล็กเส้น และเหล็กตัวซีอยู่ Metalsteelok เราเป็นโรงงานผลิต และจำหน่ายเหล็กมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งเหล็กของเรามีคุณภาพดีได้มาตรฐานถูกต้อง ในราคาที่ย่อมเยาทั้งปลีกและส่ง ซึ่งคุณลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการของลูกค้า ให้เราเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการผลิตเหล็กให้กับคุณนะคะ

สนใจสอบถามได้ที่

Tel: 0982288288098972829806296966960839149556

Line ID: @metalsteelok

Email: metalsteelok@gmail.com

Facebook: okmetalsteel